วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2555

สรุปบทที่ 3



สรุปบทที่3


การพัฒนาระบบสารสนเทศ

ความสำคัญของการวางแผน (Significance of Planning)
1. เพื่อลดปัญหาและความไม่แน่นอนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต - ได้มีการเตรียมความพร้อมที่จะพบปัญหาจากสิ่งแวดล้อม
เช่น สภาพเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง
2. ทำให้เกิดการยอมรับในแนวความคิดใหม่ ๆ เข้ามาในองค์การ - เพราะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
3. ทำให้การดำเนินการขององค์การบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ - เป็นการเริ่มต้นและสิ้นสุดในการดำเนินงาน
4. เป็นการลดความซ้ำซ้อนของงาน - ทำให้เรามองเห็นภาพรวมของงานและจัดระบบสารสนเทศได้ตรงกับความต้องการผู้ใช้
5. ทำให้เกิดภาพชัดเจนขึ้น - เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้มีการเลือกแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน

ประโยชน์ของการวางแผน (Advantage of Planning)
1. บรรลุจุดมุ่งหมาย (Attention of objectives) จะต้องมีจุดปลายทางที่กำหนดไว้ความหมายของการวางแผน
การวางแผน คือ การคาดการณ์เหตุการณ์ต่าง ๆ ในอนาคต และตัดสินใจเลือกแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด โดยผ่านกระบวนการคิดก่อนทำ เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายที่องค์การได้ตั้งไว้
2. ประหยัด (Economical Operation) งานที่มีระบบ ระเบียบ ทำให้ประหยัดในการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ได้
3. ลดความไม่แน่นอน (Reduction of Uncertainty) เป็นการคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคตล่วงหน้า ลดความไม่แน่นอนได้
4. เป็นเกณฑ์ในการควบคุม (Basic of Control) การวางแผน นำมาซึ่งการควบคุม เพื่อให้การดำเนินกิจกรรมเป็นไปอย่างเรียบร้อยและมีระบบ
5. ส่งเสริมให้เกิดแนวคิดใหม่และการสร้างสรรค์ (Encourage Innovation and Creativity) เป็นการแก้ปัญหาและตัดสินใจทำให้เกิดแนวคิดใหม่ ๆ ในการแก้ปัญหา
6. พัฒนาแรงจูงใจ (Improve Motivation) การวางแผนที่ดีจะเป็นเครื่องมือชื้ให้เห็นถึงความร่วมแรงร่วมใจในการทำงาน
7. พัฒนาการแข่งขัน (Improve Competitive Strength) การวางแผนที่ดีนำมาซึ่งการแข่งขันที่ต้องอาศํยข้อมูลข่าวสารที่ดีด้วย เฉพาะจึงต้องมีการพัฒนาการแข่งขันของตนให้สามารถแข่งขันกับองค์การอื่น ๆ ได้
8. ทำให้เกิดการประสานงานที่ดี (Better Coordination) เป็นการดำเนินการร่วมกันตามแผนงานที่ดี จะช่วยทำให้เกิดการประสานงานที่ดีด้วย

ข้อจำกัดในการวางแผน (Limitation of Planning)
· การขาดข้อมูลที่เชื่อถือได้ - จากแหล่งที่เชื่อถือไม่ได้
· การวางแผนเป็นกระบวนการมองไปข้างหน้า - ผู้บริหารขาดการมองไกล
· เป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย - หากขาดการวางแผนที่ดี นำมาซึ่งการสิ้นเปลือง
· การเข้มงวดเกินไปในการดำเนินการในองค์การ - เป็นอุปสรรคในการคิดริเริ่มและแนวคิดใหม่
· ประสิทธิภาพในการวางแผนอาจมีข้อจำกัดจากปัจจัยภายนอก - เช่นการเกิดสงคราม ภัยธรรมชาติ

ขั้นตอนในกระบวนการวางแผนโดยทั่วไป (Step in Planning Process)
1. การกำหนดวัตถุประสงค์ (Setting Objectives) เป็นแนวทางการปฏิบัติ การดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ
2. พัฒนาข้อตกลงที่เป็นตัวกำหนดขอบเขตในการวางแผน (Developing the Planning Promises) เพื่อคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคตได้ใกล้เคียง
3. พิจารณาข้อจำกัดต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในการวางแผน (Reviewing all Possible Limitations on Planning)
หากพิจารณาและคำนึงถึงข้อจำกัด ก็อาจลดหรือหมดไปได้
4. พัฒนาทางเลือก (Developing Alternatives) เป็นการหาทางเลือกที่ดีที่สุด เพื่อประกอบในการปฏิบัติงานและดำเนินงาน
5. ประเมินทางเลือก (Evaluating the Alternatives) ทำการเปรียบเทียบ หาข้อดีข้อเสีย ของแต่ละทางเลือก
6. การเปลี่ยนแปลงแผนสู่การปฏิบัติ (Converting Plan into Actions) เป็นการช่วยให้แนวทางในการดำเนินการปฏิบัติที่ชัดเจนขึ้น คือ การกำหนดนโยบาย ตารางงาน เป็นต้น

ลักษณะของแผนที่ดี (Requirement)
1. แผนควรมีลักษณะที่ชี้เฉพาะมากกว่ามีลักษณะกว้าง - เกิดความชัดเจน ไม่เข้าใจผิด นำไปใช้ผิด ๆ การดำเนินที่ถูกต้อง
2. แผนควรจะจำแนกความแตกต่างระหว่างสิ่งที่รู้และสิ่งที่ไม่รู้ให้ชัดเจน - ทำให้ผู้บริหารได้คำนึงและพิจารณามากขึ้น
3. แผนควรจะมีการเชื่อมโยงอย่างเป็นเหตุผลและสามารถนำไปปฏิบัติได้ - พิจารณา และวิเคราะห์ถึงการนำไปใช้ปฏิบัติงานกล

กลยุทธ์ระดับธุรกิจ หรือในภาษาอังกฤษเรียกว่า Business level strategy มีความหมายว่า เป็นกลยุทธ์ซึ่งมองหาวิธีการว่าจะแข่งขันอย่างไรในแต่ละหน่วยธุรกิจซึ่งบริษัทต้องพยายามที่จะสร้างสิ่งต่าง ซึ่งเป็นสิ่งต่อไปนี้อย่างแรกเลยนะครับคือ ข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน(Compititive advantages) หรือ เป็นกลยุทธ์ซึ่งมุ่งที่การผลิตสินค้าและบริการโดยคำนึงถึงความเป็นเอกลักษณ์ ในอุตสาหกรรม มุ่งที่ผู้บริโภคโดยไม่คำนึงถึงราคา (Price-insensitive) มากนัก เป็นการสร้างความแตกต่างให้เหนื่อกว่าคู่แข่งขัน (competitive differentiation)อย่างที่สอง เราต้องมีความเป็นผู้นำด้านต้นทุน (Cost leadership)โดยมีเป้าหมายสำหรับผู้บริโภคที่อ่อนไหวต่อราคา(Price-sensitive) กลยุทธ์ซึ่่งมุ่งที่การผลิตสินค้าที่มีมาตรฐาน(Standardized products)ด้วยต้นทุนต่อหน่วยที่ต่ำอย่างที่สาม เราต้องมีการปรับตัวที่รวดเร็ว (Quick-reponse) บริษัทจะแข่งขันกับบริษัทอื่น ซึ่งมีธุรกิจคล้ายคลึงกัน และนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่คล้ายคลึงกัน ในตลาดที่คล้ายกันด้วย ในระดับธุรกิจนี้ ธุรกิจจะเผชิญกับคู่แข่งขัน เผชิญการแข่งขันในด้านการแสวงหาลุกค้า และยอดขายและสิ่งสุดท้ายเลยนั่นก็คือ การมุ่งที่ลูกคัากลุ่มเล็ก (Focus) เป็นกลยุทธ์ซึ่งมุ่งที่การผลิตสินค้าและบริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มเล็ก
การวางแผนกลยุทธ์ (Strategic Planning) คือ จุดเริ่มต้นของกระบวนการจัดการเชิงกลยุทธ์
การวางแผนเชิงกลยุทธ์ ประกอบด้วย
ขั้นตอนการศึกษาข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับสถานภาพ(สถานการณ์)ขององค์กร
การนำข้อมูลที่รวบรวมได้มาวิเคราะห์หรือสังเคราะห์
การนำสิ่งที่ได้(ข้อมูลที่รวบรวมได้) ไปใช้ในการวางทิศทางขององค์กร
จากนั้นจึงกำหนดกลยุทธ์ว่าควรทำอย่างไร (เพื่อให้ได้ตามทิศทางที่กำหนดไว้)


การวางแผนกลยุทธ์ ต้องตอบโจทย์คำถาม
3 ประการให้ได้
1.ทำอย่างไรองค์กรจึงจะสามารถตอบสนองวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์
2.ทำอย่างไรทุกคนในองค์กรจึงจะทำงานไปในทิศทางเดียวกันตามกลยุทธ์ที่วางไว้
3.จะวัดหรือติดตามความคืบหน้าของการดำเนินการตามกลยุทธ์ได้อย่างไร

ขั้นตอนที่สำคัญในการวางแผนเชิงกลยุทธ์ จะต้องให้ความสำคัญกับ
1.วิเคราะห์สภาพแวดล้อม โดยพิจารณาจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส อุปสรรค ทั้งภายในและภายนอกองค์กร
2.จัดวางทิศทางขององค์กร โดยกำหนดวิสัยทัศน์ พัธกิจ(ภารกิจ) และวัตถุประสงค์ขององกรค์อย่างชัดเจน
3.กำหนดกลยุทธ์โดยพิจารณาความเหมาะสม และการสามารถไปปฎิบัติได้จริง จากการวิเคราะห์ทางเลือกด้วยเทคนิคต่าง ๆ
4.ปฎิบัติตามกลยุทธ์ โดยดำเนินงานตามแผนที่กำหนดไว้ คำนึงถึงโครงสร้างขององค์กร และวัฒนธรรมขององค์กร เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จและเกิดความเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ
5.ความคุมเชิงกลยุทธ์ โดยติดตามผลการปฎิบัติงาน ประเมินผลกระบวนการและผระเมินผลสำเร็จขององค์กร

กระบวนการวางแผนเชิงกลยุทธ์มักจะนำไปใช้เมื่อเราต้องการ 1.เปลี่ยนทิศทางและผลการดำเนินงานทางธุรกิจ
2.สร้างกรอบการทำงานที่ต้องอาศัยการตัดสินใจในองค์กร
3.กำหนดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในเรื่องการตัดสินใจเกี่ยวกับงบประมาณและการประเมินผลการดำเนินงาน
4.ฝึกอบรมผู้บริหารเพื่อพัฒนาการใช้ข้อมูลในการตัดสินใจให้ดียิ่งขึ้น
5.เพิ่มความมั่นใจในทิศทางการดำเนินธุรกิจ

เกณฑ์ที่สำคัญในการพิจารณากลยุทธ์ (การวางแผน)
1.เป็นกลยุทธ์ที่ตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมภายนอก
2.เป็นกลยุทธ์ที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
3.เป็นกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ พันธกิจและวัตถุประสงค์ในะยะยาว
4.เป็นกลยุทธ์ที่มีความยืดหยุ่น เหมาะสม
5.เป็นกลยุทธ์ที่เป็นไปได้

หลักการ ที่ควรคำนึงถึงในการวางแผนเชิงกลยุทธ์
1.ลักษณะธุรกิจที่ดำเนินการอยู่ (What business you are in?)
2.ลักษณะธุรกิจในอนาคต (Where do you want to go?)
3.สภาพแวดล้อม (Environment)
4.การจัดสรรทรัพยากร (Resources allocation)
5.การปฎิบัติงานให้บรรลุผลตามวัตถุประสงค์ (Achievement)

กฎของการวางแผนเชิงยุทธ์
1.การแปลงกลยุทธ์ไปสู่ทีมปฎิบัติการต่าง ๆ โดยสร้างให้เกิดความเข้าใจพื้นฐานร่วมกัน ซึ่งทุกคนจะรู้เป้าหมายของตนเองอย่างชัดเจน ว่าตนเองต้องทำอะไรบ้าง
2.ปรับองค์กรให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ เพราะแต่ละหน่วยงานย่อมมีบทบาทหน้าที่ มีองค์ความรู้และวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน การจะทำให้กลยุทธ์ได้รับการปฎิบัติและดำเนินไปอย่างราบรื่นนั้น จำเป็นต้องปรับองค์กรให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ เพื่อสร้างให้องค์กรมีเอกภาพและเข้มแข็ง
3.ทำให้กลยุทธ์เป็นเสมือนงานประจำวันของทุกคน ต้องทำให้ทุก ๆ คนเข้าใจกลยุทธ์ และสามารถทำงานประจำวันของตนไปในทิศทางที่สอดคล้อง สนับสนุนความสำเร็จของกลยุทธ์ ซึ่งไม่ใช่การสั่งการจากบนลงล่าง แต่เป็นการสื่อสารระหว่างทั้งสองระดับ
4.ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงด้วยภาวะผู้นำที่เข้มแข็ง

ปัญหามักเกิดขึ้นในการนำกลยุทธ์ไปปฎิบัติ 1.วิสัยทัศน์ พันธกิจ(ภารกิจ) ไม่ชัดเจน รวมถึงวัตถุประสงค์ไม่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ และภารกิจหลักขององค์กรทำให้เกิดการขัดแย้งเชิงกลยุทธ์
2.การขาดภาวะผู้นำและทิศทางที่ชัดเจนของผู้บริหาร
3.สภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป มีปัจจัยภายนอกซึ่งไม่สามารถควบคุมได้เกิดขึ้น โดยที่องค์กรไม่มีแผนฉุกเฉินรองรับ
4.หน่วยธุรกิจ และหน่วยงานต่าง ๆ ขาดการประสานงานที่ดีในองค์กร มีระบบสารสนเทศที่ไม่สามารถติดตามผลการดำเนินงานต่าง ๆ ได้
5.การพัฒนาความสามารถของพนักงานไม่เพียงพอ ไม่มีการระบุงานทั้งหมดไว้ ทำให้ไม่สามารถจัดสรรทรัพยากรได้อย่างเหมาะสม
 
โดย  ดวงดาว จำปาทอง

แบบฝึกหัดบทที่ 2


แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 2
1. จากส่วนประกอบทั้ง 7 ส่วนของระบบสารสนเทศ ส่วนใดที่ถือเป็นแหล่งจัดเก็บข้อมูลของระบบสารสนเทศ
    ตอบ    - ส่วนการจัดการฐานข้อมูล ซึ่งเป็นหน่วยเก็บข้อมูลทางกายภาพสำหรับข้อมูลที่อาจมีความเกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องกับการเงิน จะถูกจัดเก็บภายในตู้เอกสารหรือในแผ่นจานแม่เหล็ก เรียงลำดับจากหน่วยที่เล็กที่สุด คือ ลักษณะประจำ ระเบียน และแฟ้มข้อมูล

2. ในส่วนผลป้อนกลับของระบบสารสนเทศ ก่อให้เกิดประโยชน์ในอนาคตของการจัดการระบบสารสนเทศอย่างไร
   ตอบ      - ผลป้อนกลับจะอยู่รูปของรายงานที่เป็นผลลัพธ์ ซึ่งจะถูกส่งกลับไปยังระบบของต้นทางข้อมูลทั้งภายในและภายนอก ช่วยปรับเปลี่ยนกระบวนการ เช่น รายงานแสดงสถานะของสินค้าคงเหลือ เพื่อปรับยอดสินค้าคงเหลือ

3. หากท่านดำเนินธุรกิจร้านมินิมาร์ทแห่งหนึ่ง ท่านเลือกที่จะนำสารสนเทศประเภทใดบ้างมาใช้ในธุรกิจ เพราะเหตุใด
 ตอบ        ใช้ระบบสารสนเทศตามหน้าที่งาน เพราะเป็นการรองรับการทำงานของแผนกต่าง ๆ จำแนกความรับผิดชอบหน้าที่งานในองค์กร ทำให้ผู้ปฏิบัติงานรู้ถึงหน้าที่และความรับผิดชอบของตนเอง อีกทั้งช่วยสนับสนุนในด้านการจัดการงานประจำที่ทำซ้ำ ๆ กัน เช่น การเตรียมจ่ายเงินเดือนพนักงาน หรือการจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้า เป็นต้น

4. ระบบสารสนเทศถูกวางไว้ที่ตำแหน่งใดภายใต้โซ่คุณค่าขององค์กร จงอธิบาย
ตอบ       -ระบบสารสนเทศจะช่วยสร้างคุณค่าให้กับสินค้าและบริการผ่านการดำเนินกิจกรรมย่อย เช่น การเสนอขายสินค้าและบริการที่แตกต่างจากคู่แข่ง เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับลูกค้า การเปิดธุรกิจบนเว็บไซต์ เพื่อเสนอขายสินค้าและบริการ ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้จากการขายอีกทางหนึ่ง

5. จงระบุถึงประโยชน์ที่องค์การจะได้รับภายใต้การใช้ระบบสารสนเทศที่ดี
 ตอบ       ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลการทำงาน เช่น มีการตรวจสอบกำลังการผลิตของเครื่องจักร การตรวจสอบคุณภาพของสินค้า มีการพัฒนาการตัดสินใจที่ดีขึ้น สร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขัน เช่น การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและมีการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง

6. จงอธิบายแนวโน้มของระบบสารสนเทศในอนาคต
ตอบ          - จะมีการมุ่งเน้นด้านการบูรณาการระบบสารสนเทศ โดยอาศัยเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีเว็บ อีกทั้งมีการพัฒนาระบบสารสนเทศบนเว็บที่มีต้นทุนต่ำ และยังเพิ่มขีดความสามารถของระบบเดิม ซึ่งใช้ในส่วนของการเชื่อมต่อระบบสารสนเทศภายในองค์การและระหว่างองค์การ เพื่อบรรลุเป้าหมายการแพร่กระจายสารสนเทศไปทั่วโลก

7. ระบบสารสนเทศประเทศใด ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือ ในการเชื่อมโยงโซ่คุณค่าขององค์การเข้ากับโซ่คุณค่าขององค์การภายนอก
ตอบ        ระบบสารสนเทศระหว่างองค์การ ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อระบบสารสนเทศระหว่าง องค์การขึ้นไป เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพของการประมวลผลธุรกรรม ให้การสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ระหว่างองค์การ

8. จงอธิบายการเชื่อมโยงต่อระบบสารสนเทศระหว่างองค์การกับอีคอมเมิร์ช
 ตอบ   ยกตัวอย่างเช่น การซื้อเครื่องใช้สำนักงานภายใต้ระบบมือกับระบบอีคอมเมิร์ช ซึ่งภายใต้การสั่งซื้อระบบมือ เจ้าหน้าที่จะต้องได้รับอนุมัติสำหรับการซื้อที่มีกำไร โดยจัดส่งใบขอซื้อไปยังแผนกจัดซื้อ หลังจากนั้นออกใบสั่งซื้ออย่างเป็นทางการ เมื่อเปรียบเทียบกับกระบวนการสั่งซื้อทางอีคอมเมิร์ชผู้สั่งซื้อจะตรงไปที่เว็บไซต์ของผู้ขาย และสั่งซื้อสินค้าตามที่ต้องการ ณ ระดับราคาที่กำหนดไว้

9. จงอธิบายการทำงานของคอมพิวเตอร์เคลื่อนที่และลูกจ้างเคลื่อนที่
ตอบ       - คอมพิวเตอร์ คือ ตัวอย่างระบบคอมพิวเตอร์ที่ออกแบบสำหรับลูกจ้างเคลื่อนที่ ซึ่งผู้ใช้มักเกิดความต้องการด้านการเชื่อมต่อเข้ากับระบบสารสนเทศขององค์การ โดยใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่

10. จงยกตัวอย่างระบบสารสนเทศบนเว็บที่มีการเชื่อมต่อกับระบบสารสนเทศอื่นมา 2 ตัวอย่าง
ตอบ     -    1.อินเทอร์เน็ต คือ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ถูกนำมาใช้ทั่วโลก ผู้ใช้คอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง ๆ สามารถรับสารสนเทศจากคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นได้ ซึ่งถือเป็นเครือข่ายสาธารณะ
                2. เอกซ์ทราเน็ต ถูกเชื่อมต่อกับอินทราเน็ตผ่านทางอินเตอร์เน็ต สร้างรูปแบบเครือข่ายเสมือนจริงซึ่งอนุญาตให้ผู้ใช้ทางไกล สามารถเชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ตกับเอกซ์ทราเน็ตหลักขององค์กร มุ่งเน้นการใช้สารสนเทศร่วมกัน 

อ้างอิง หนังสือสารสนเทศทางธุรกิจ

พอเพียง/เพียงพอ


พอเพียง/เพียงพอ

พอเพียง กับ เพียงพอ ต่างกันอย่างไร
ตอบ  คำว่า พอเพียง และ เพียงพอ มีความหมายต่างกัน ถึงแม้จะดูคล้ายกันมาก เนื่องจากประกอบด้วยหน่วยคำ พอ กับ เพียง เหมือนกัน.
คำว่า พอเพียง หมายถึง เต็มที่ตามต้องการ ไม่มากไม่น้อยเกินไป ไม่ขาดแคลน. ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า sufficient เช่น เศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ มีหลักการคือ รู้จักพออยู่พอกิน และพอเพียงในทุกเรื่อง. การชลประทานทำให้เรือกสวนไร่นามีน้ำอย่างพอเพียง.
ส่วนคำว่า เพียงพอ หมายถึง พอมีแค่ที่กะไว้ ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า enough เช่น โรงพยาบาลนี้มีหมอไม่เพียงพอ คนไข้จึงต้องรอนานหลายชั่วโมงกว่าจะได้ตรวจ. ครอบครัวของเขาลำบากมากเพราะรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย. คำว่า เพียงพอ อาจใช้คำว่า พอ แทนได้
สรุปก็คือ พอเพียง เน้นความพอดี ความไม่ขัดสน และไม่ฟุ้งเฟ้อ แต่ เพียงพอ เน้นความจำเป็น หรือความต้องมีตามระดับที่กำหนดไว้ตามความจำเป็น
ที่มา :  บทวิทยุรายการ "รู้ รัก ภาษาไทย"

ส่งงาน


ส่งงาน
1. ระบบสารสนเทศคือ
ตอบ เซต หรือการรวมตัวของกระบวนการหลายกระบวนการ สำหรับงานด้านการเก็ยรวบรวมข้อมูล การประมวลผลเพื่อจัดรูปแบบของข้อมูลให้เข้าสู่รูปแบบของสารสนเทศ ตลอดจนการกระจายสารสนเทศที่เป็นผลลัพธ์จากการประมวลผลสู่ผู้ใช้สำหรับการตัดสินใจ(รุจิจันทร์ พิริยะสงวนพงศ์.สารสนเทศ.น.34 )
2. การนำระบบสารสนเทศมาใช้ในองค์การ
ตอบ  1.การสนับสนุนกระบวนการทางธุรกิจ ขณะที่ลูกค้าซื้อสินค้าในร้านค้าปลีกแห่งหนึ่ง ระบบสารสนเทศจะช่วยสนับสนุนกระบวนการซื้อของลูกค้าโดยการจัดเก็บข้อมูลประวัติการซื้อ ข้อมูลสินค้าคงเหลือ ข้อมูลสินค้าใหม่เป็นต้น
2. การสนับสนุนการตัดสินใจ ระบบสารสนเทสจะให้ความสนับสนุนต่อผู้จัดการร้านค้าและนักธุรกิจมืออาชีพในส่วนของการตัดสินใจที่ดีขึ้น
3. การสนับสนุนความได้เปรียบเชิงการแข่งขัน การได้รับสารสนเทศที่ดียังมีส่วนช่วยสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันดหนือธุรกิจ เนื่องด้วย องค์การมีการนำนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ร่วมกับการทำงานของระบบสารสนเทศ
3. การพัฒนาและการใช้ระบบสารสนเทศ
ตอบ การพัฒนาระบบสารสนเทศ คือ ทิศทางหนึ่งของการได้มาซึ่งระบบสารสนเทศเพื่อนำมาใช้ภายในองค์การช่วยสร้างความรู้ความเข้าใจเทคนิคการศึกษา วิเคาระห์ และการออกแบระบบสารสนเทศ การใช้ระบบสารสนเทศ 1. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบัน
1.1 เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ (computer) 1.2 เทคโนโลยีฐานข้อมูล (Database) 1.3 เทคโนโลยีอีคอมเมิร์ซ(E-Commerce) 1.4 เทคโนโลยีด้านการรับชำระหนี้ค่าสินค้าหรือบริการ(Probuct Settlement) 1.5 เทคโนโลยีด้านความมั่นคงของระบบข้อมูล(Data Security)1.6 เทคโนโลยีการทำดิจิทัลให้เหมาะสมที่สุด(Digital Optimization)1.7 เทคโนโลยีไร้สาย(Wireless Technology)1.8 เทคโนโลยีสำนักงานเสมือน(Virtual Office)1.9 เทคโนโลยีระบบประยุกต์ด้านการสื่อสาร(Messaging Application)
2. แน้วโน้มเทคโนโลยีสารสนเทศในอนาคต
2.1 ชิป 2.2 หน่วยเก็บ 2.3 สภาพแวดล้อมเชิงอ็อบเจกต์ 2.4 เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ซ่อมบำรุงด้วยตนเอง
2.5 คอมพิวเตอร์แบบควอนตัม 2.6 นาโนเทคโนโลยี
4. ระบบสารสนเทศ(IS)ต่างกับเทคโนโลยีสรสนเทศ(IT)อย่างไร
ตอบ ไม่แตกต่าง เพราะเทคโนโลยีพื้นฐานของระบบสารสนเทศประกอบด้วย ฮาร์ดแวร์ ซอฟแวร์ ฐานข้อมูล เครือข่ายและโทรคมนาคมรวมทั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ซึ่งระบบสารสนเทศนำสิ่งเหล่านี้มาใช้ประมวลผล สำหรับงานด้านการเก็บรวบรวมข้อมูล ตลอดจนการกระจายสารสนเทศที่เป็นผลลัพธ์เพื่อใช้สำหรับการตัดสินใจ
5. จะเรียนอะไรในวิชาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ(MIS)
ตอบ เพื่อรับความรู้ที่แปลกใหม่ด้านการจัดการระบบสารสนเทศธุรกิจสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานด้านธุรกิจและประสบการณ์ในอนาคตได้

งานชิ้นที่ 2


งาน 2
กรณีศึกษาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารงานร้านไอศครีม Iberry
คำถาม
(1)ประโยขน์ที่ร้านไอศครีม lberry นำไอทีเข้ามาช่วยการบริหารงาน นอกจากการแก้ปัญหาข้างต้นแล้ว ท่านคิดว่าทางร้านยังได้รับประโยชน์ใดได้บ้าง
ตอบ   (1). ภายในร้านมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
        (2). การบริหารงานมีความทันสมัยมากขึ้น
        (3). ลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการร้านในด้านพนักงาน
          (4). การทำงานภายในให้มีความรวดเร็วและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น
          (5). เพิ่มคุณภาพของสินค้าให้สูงขึ้น
          (6). ไม่ทำให้เสียรายได้จากการขาย
          (7).  ป้องกันการทุจริตของพนักงานและควบคุมดูแลพนักงานยังสาขาย่อยต่างๆ ได้อย่างทั่วถึง
 (2)ท่านคิดว่าในอนาคตร้านไอศครีม lberry สามารถนำไอทีเข้ามาช่วยงานด้านใดอีกได้บ้าง
ตอบ  สื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ คือ มีการประกาศตามอินเตอร์เน็ต โบชัว การจัดบู๊สินค้าเพื่อให้เป็นที่รู้จักแก่ประชาชน อย่างทั่วถึงตลอดจนทางด้านการตลาดที่เน้นลูกค้าเป็นหลัก และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่แปลกใหม่คงรสชาติควมอร่อยเช่นเดิม
(3)จากแนวคิดการนำไอทีมาใช้แก้ปัญหาของผู้บริหารร้านไอศครีม lberry นั้น ท่านคิดว่าสามารถนำแนวคิดนี้ไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจใดได้บ้าง จงอธิบายและยกตัวอย่างประกอบ
ตอบ  ร้านขายเครื่องสำอางเกาหลี  กรณีที่มีสินค้าเป็นจำนวนมากและร้านมีขนาดค่อนข้างใหญ่
 คือ มีการปิดกล้องวงจร ตามมุมต่างๆ การบริการที่ให้คำปรึกษา การชำระเงินอย่างเป็นระบบโดยเครื่องเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจ จึงเป็นแนวทางหนึ่งในการพัฒนากระบวนการดำเนินงานให้เป็นระบบระเบียบ เป็นต้น

บทที่ 1


งาน 1
แบบฝึกหัดบทที่ 1
1. จงเปรียบเทียบข้อแตกต่างของ ข้อมูล และ สารสนเทศ มาพอเข้าใจ
ตอบ  ข้อมูล คือ คำพรรณนาถึงสิ่งของ เหตุการณื กิจกรรม และธุรกรรม ซึ่งถูกบันทึก จำแนกและจัดเก็บไว้ภายในแหล่งเก็บข้อมูล แต่ยังไม่มีการจัดโครงสร้างเพื่อถ่ายโอนไปยังสถานที่เฉพาะเจาะจง โดยข้อมูลอาจอยู่ในรูปแบบ ตัวอักษร ตัวเลข รูปภาพ หรือเสียง และข้อมูลอาจถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบภายในฐานข้อมูลของระบบคอมพิวเตอร์เพื่อการค้นคืนข้อมูลที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
สารสนเทศ คือ ข้อมูลที่ถูกจัดโครงสร้างให้อยู่ในรูปแบบที่มีความหมายและมีมูลค่าต่อผู้รับ โดยมีการนำข้อมูลผ่านกระบวนการประมวลผล และจัดให้อยู่ในรูปแบบที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน อีกทั้งยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์สำหรับการตัดสินใจได้ เช่น ผลการเรียนเฉลี่ย (GPA) ของนักเรียน คือ สารสนเทศ ซึ่งได้จากการนำข้อมูลผลการการเรียนจากรายวิชาต่างๆมาทำการสรุปผล วิเคราะห์และแปลความหมาย เพื่อให้ทาบถึงนัยสำคัญของข้อมูลนั้น อนึ่งธุรกิจอาจนำสารสนเทศที่ได้รับมาใช้เพื่อการตัดสินใจ ในการเปลี่ยนข้อมูลให้เข้าสู่รูปแบบของสารสนเทศ
   - การจัดกลุ่มข้อมูล คือ การจำแนกประเภทของข้อมูล
   - การจัดเรียงข้อมูล คือ การจัดเรียงลำดับข้อมูลโดยใช้เกณฑ์ใดเกณฑ์หนึ่ง
2. การจัดแบ่งหน้าที่งานทางธุรกิจมีความสัมพันธ์กับโครงสร้างองค์การอย่างไร
ตอบ  2 ลักษณะ เป็นการจัดแบ่งที่ความรับผิดชอบ โดยอาศัยการดำเนินงานตามโครงสร้าง องค์การของุรกิจที่สะท้อนให้เห็นถึงอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของบุคคลในองค์การ
3. การลงทุนเพื่อการจัดตั้งธุรกิจใหม่ จะต้องดำเนินตามขั้นตอนอย่างไร
ตอบ 1. การจัดหาวัตถุดิบสินค้าหรอทรัพยากรอื่นๆ เพื่อใช้ในการผลิตสินค้าหรือบริการโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า
2. การใช้ทรัพยากรเพื่อผลิตสินค้าหรือบริการ
3. การขายตลอดจนการจัดจำหน่ายสินค้าและบริการต่อลูกค้า
4. จงเปรียบเทียบการประยุกต์ใช้ข้มูลของระดับปฏิบัติการและระดับบริหาร
ตอบ ระดับปฏิบัติ คือ   การใช้ข้อมูลของธุรกิจภายใต้ระดับปฏิบัติการ เปรียบเสมือนกระจกเงาที่สอดส่องดูแลงานด้านต่างๆ เช่น การประมวลผล การบันทึก และการรายงานเหตุการณ์ทางธุรกิจส่วนระดับบริหาร คือ กระบวนการทางสารสนเทศ จะเป็นเครื่องมือช่วนสนับสนุนกิจกรรมด้านการจัดการ ตลอดจนการตัดสินใจทางธุรกิจ
5. ผู้บริหารของบริษัทได้รับทราบงบการเงิน ใช้ช่วงเวลาที่ต้องการตัดสินใจแต่ข้อมูลในงบการเงินนั้นมีข้อผิดพลาดเล็กน้อย จะมีผลต่อมูลค่าของสารสนเทศที่ผู้บริหารได้รับอย่างไร
ตอบ  มีผลต่อมูลค่าของสารสนเทศที่ผู้บริหารได้รับ เพราะ อาจทำให้ข้อมูลบิอเบือนไปจากความจริง
6. กรณีที่ผู้บริหารในระดับควบคุมปฏิบัติการ ได้รับสารสนเทศที่มีรายละเอียดไม่พอต่อการตัดสินใจ อาจก่อให้เกิดผลกระทบอย่างไร
ตอบ เกิดความล่าช้าในการตัดสินใจและเกิดเสียหายในระบบการดำเนินงานตลอดจนธุรกิจได้รับผลกระทบ
7. การสั่งการของผู้บริหารระดับสูง ในเรื่องนโยบายเงินปันผลต่อผู้บริหารระดับกลางให้ควบคุมการจ่ายเงินปันผลแก่พนักงานทุกคน ถือเป็นสายงานด้านสารสนเทศในลักษณะใด
ตอบ  สายงานด้านสารสนเทศในแนวดิ่ง คือ สายงานที่เกิดจากระดับชั้นของการบริหารงานในองค์การ
8. จงยกตัวอย่างโครงสร้างกระบวนการทางธุรกิจของบริษัทบริการโทรศัพท์มือถือ
ตอบ 1. กระบวนการปฏิบัติการ
2. กระบวนการจัดดการ
3. กระบวนการสารสนเทศ
9. องค์การดิจิทัลมีความแตกต่างกับองค์การธุรกิจทั่วไปอย่างไร
ตอบ องค์การดิจิทัลจะเป็นการทำงานที่หลากหลายมิติโดยอาศัยความสามารถของดิจิทัลซึ่งแตกต่างกับองค์การ
                  ธุรกิจทั่วไปคือ องค์การธุรกิจทั่วไปจะอาศัยเพียงแต่คนเข้ามาทำงานและทำงานได้ช้ากว่าองค์การดิจิทัลความถูกต้องแม่นยำก็มีน้อยกว่า
10. องค์การควนดำเนินการอย่างไรเพื่อสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งขันทางธุรกิจ
        ตอบ  ต้องมีการกำหนดวิธีโต้ตอบหลัก 7 วิธี
                1. การจัดการเชิงกลยุทธ์
                2. จุดศูนย์รวมลูกค้า
                3. การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
                4. การปรับกระบวนการทางดุลการค้า
                5. นวัตกรรมด้านการผลิต
                6. ธุรกิจอิเลกทรอนิคส์และอีคอมเมิร์ช
                7. พันธมิตรทางธุรกิจ
ที่มา ผศ. รุจิจันทร์ พิริยะสงวนพงศ์

ธุรกิจส่วนใหญ่จะถูกก่อตั้งขึ้น โดยมีจุดมุ่งหมายของการแสวงหากำไรด้วยกันทั้งสองสิ้น การดำเนินธุรกิจจะประกอบด้วยหน้าที่งานต่างๆ ซึ่งปฏิบัติกิจกรรมการดำเนินงานที่หลากหลาย ภายใต้โครงสร้างขององค์กรธุรกิจ นอกจากนี้ ธุรกิจยังมีความจำเป็นต้องรวบรวม จัดเก็บ และประมวลผลข้อมูลสารสนเทศและความรู้เพื่อใช้สนับสนุนการตัดสินใจทั้งระดับปฏิบัติการและระดับระดับบริหาร โดยสารสนเทศที่จะได้รับจะต้องมีคุณลักษณะที่ดี และสามารถใช้สำหรับแต่ละกระบวนการทางธุรกิจเพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่ธุรกิจ ภายใต้ข้อจำกัดของการใช้สารสนเทศ และการชี้นำองค์การให้ดำเนินไปสู่จุดหมายของธุรกิจ โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทสเป็นเครื่องมือ
1. Components. คือ ส่วนประกอบ
2.Inter-related Components. คือ ส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องกับอินเตอร์เน็ต
3.A boundary. คือ เขตแดน
4.A purpose คือ วัตถุประสงค์
5.An environment. คือ สภาพแวดล้อม
6.Interfaces. คือ การเชื่อมต่อ
7.Input. คือ การนำเข้า
8.Output. คือ การนำออก
9.Constraints. คือ ข้อจำกัด


นางสาวดวงดาว  จำปาทอง  sme 4/1 เลขที่10 เรียนวันจันทร์เช้า